

กระรอกบินขนาดยักษ์ ตุ๊กแกถลาลม
ปลาที่ผสมพันธุ์โดยใช้หัว ตุ๊กแกบิน และแมงมุมไร้ดวงตาที่อาศัยอยู่ในถ้ำ
เป็นสัตว์ในจำนวน 367 สายพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบโดยเหล่านักวิทยาศาสตร์ในเขตพื้นที่แม่น้ำโขงในช่วงเวลาเพียง
1 ปี ระหว่างปี 2555 ถึง 2556 โดยหนึ่งในนั้นเป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่ที่ถูกพบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานของไทย
WWF เปิดเผยรายงาน "แม่โขงอันลี้ลับ" ในวันนี้ (5 มิ.ย.)
ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยรายงานดังกล่าววเน้นให้เห็นเหล่าสัตว์ที่สวยงาม
หนึ่งใน 15 สายพันธุ์ที่ได้รับความสนใจ คือ กระรอกบินขนาดยักษ์สายพันธุ์ใหม่ (Biswamoyopterus laoensis) โดยนักวิทยาศาสตร์เจอกระรอกสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ที่ตลาดค้าเนื้อสัตว์ภายในประเทศลาว
ด้วยลักษณะเด่นซึ่งก็คือขนอันมีสีแดงและขาวอันเด่นชัด
กระรอกบินขนาดยักษ์ถือได้ว่าเป็นตัวแรกที่ถูกค้นพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในประเทศไทย ตุ๊กแกบิน (Ptychozoon kaengkrachanense) ถูกค้นพบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
เจ้าตุ๊กแกลายพรางนี้อาศัยการยืดผิวหนังด้านข้างของลำตัวและบนนิ้วเท้าเพื่อร่อนตัวไปมาตามกิ่งไม้
“อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งมีการเข้าสำรวจน้อยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มันคือเขตป่าข้ามพรมแดนอันกว้างใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ติดกับพม่า
นี่เป็นพื้นที่สำคัญในการค้นคว้าหาสายพันธุ์ใหม่ของประเทศไทยและประเทศพม่า
อีกทั้งยังถิ่นที่อยู่ของเสือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโลก การค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ที่นี่ยืนยันความสำคัญของการพยายามอนุรักษ์ผืนป่าอันยิ่งใหญ่แห่งนี้เอาไว้” ดร.โทมัส เกรย์
ผู้จัดการของโครงการ WWF สายพันธุ์แม่น้ำโขงกล่าว
ในกัมพูชา
นกกระจิบสายพันธุ์ใหม่ได้ถูกค้นพบกลางกรุงพนมเปญ นกกระจิบกัมพูชา (Orthotomus chaktomuk) นั้นถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2009 ระหว่างการตรวจค้นในช่วงแพร่ระบาดของไข้หวัดนก
หลังการตรวจสอบโดยละเอียดทั้งจากขนนก เสียงร้อง และยีน ทำให้ O. chaktomuk หรือนกกระจิบกัมพูชาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการ
ในเวียดนาม
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบค้างคาวยักษ์สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ Griffin’s leaf-nosed Bat (Hipposideros griffini) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ
จมูกขนาดใหญ่ที่มันใช้ในการนำทางผ่านการสะท้อนของเสียง
อีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งถูกค้นพบในเวียดนามคือปลาขนาดเล็กที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
Phallostethus cuulong ซึ่งตัวของมันโปร่งใสจนมองเห็นอวัยวะภายใน
มันมีอวัยวะเพศอยู่ด้านหลังของปากทำให้มันผสมพันธุ์โดยใช้หัวสัมผัสกับหัว
“การค้นพบสายพันธุ์ใหม่ๆ
เป็นการยืนยันว่าแม่น้ำโขงเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ซึ่งอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งนึงของโลก” ดร.เกรย์กล่าว “ถ้าเราต้องการที่จะปกป้องสัตว์เหล่านี้ไม่ให้สูญพันธุ์และอยากมีความหวังที่จะมีการค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ในอนาคต
รัฐบาลต้องลงทุนและผลักดันโครงการอนุรักษ์และปลูกป่า”
หนึ่งในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
21 สายพันธุ์ที่ถูกค้นพบในรายงานคือกบบิน Helen’s Flying Frog (Rhacophorus helenae) ซึ่งถูกค้นพบในป่าอยู่ห่างจากเมืองโฮจิมินห์ไม่ถึง
100 กิโลเมตร
เจ้ากบสีเขียวขนาดใหญ่นี้จะร่อนตัวไปมาบนยอดไม้โดยใช้พังผืดที่เป็นครีบบนมือและเท้า
พวกมันจะลงมาจากยอดไม้เพื่อผสมพันธุ์ในแหล่งน้ำเท่านั้น กบ Helen’s Flying Frog ถูกค้นพบภายในป่าซึ่งถูกล้อมไปด้วยพื้นที่การเกษตร
ย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการรีบเร่งเข้าไปอนุรักษ์รักษาพื้นที่ป่าลุ่มต่ำนี้เอาไว้
“ป่าเขตร้อนลุ่มต่ำเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ซึ่งถูกบุกรุกมากที่สุดในโลก
ด้วยฝีมือของมนุษย์จากการตัดไม้หรือทำลายผืนดิน” ดร.เกรย์กล่าว “กบสายพันธุ์ใหม่นี้เพิ่งจะถูกค้นพบแต่พวกมันก็กำลังอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์เช่นเดียวกับสายพันธุ์อื่นๆ”
รายงาน “แม่โขงอันลี้ลับ” มุ่งเน้นไปยังสัตว์สายพันธุ์ใหม่
15 ชนิดที่พึ่งถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ จากพืช 290 ชนิด
ปลา 24 ชนิด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 21 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 ชนิดและนก 1 ชนิด
ทั้งหมดถูกขึ้นทะเบียนและได้รับการยอมรับว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการในช่วงปี
2555-2556 จากแม่น้ำโขงพื้นที่นี้กินบริเวณอาณาเขตพาดผ่านทั้ง กัมพูชา ลาว
พม่า ไทย เวียดนาม และตะวันตกเฉียงใต้ของจีนในเขตมณฑลยูนนาน ตั้งแต่ปี
2540 สายพันธุ์ใหม่กว่า 2,077 ชนิดได้ถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ในเขตแม่น้ำโขง
ภาพจาก WWF
ที่มา : http://news.thaipbs.or.th/node/252239
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น