วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กิจกรรมการปลูกต้นไม้เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

    พวกเราได้ทำกิจกรรมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยการปลูกป่า พวกเราได้ไปลงพื้นที่ปลูกกันที่ไร่สิงห์สุพรรณ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งทางเราได้นำต้นผึ้งไปปลูกจะนวนประมาณ 50 ต้น สาเหตุที่นำต้นผึ้งไปปลูกนั้น เพราะว่าต้นผึ้งเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสวนผึ้ง  และพวกเราก็ยังได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตะโกล่าง ซึ่งได้บรรยายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในอ.สวนผึ้ง แนะนำเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ที่ยังมีอยู่ในบริเวณพื้นที่ และบรรยายถึงความเป็นมาของต้นผึ้งที่พวกเรานำได้นำไปปลูก


ต้นผึ้งที่จะนำไปปลูก

ผอ.เฉลียว  เถื่อนเภา ได้บรรยายถึงสภาพแวดล้อม สภาพป่าไม้บริเวณ อ.สวนผึ้ง




หัวหน้าห้อง นายคณิน ผดุงเกียรติกุล ได้กล่าวคำขอบคุณท่านผอ.
และมอบของขวัญเล็กๆน้อยๆแทนคำขอบคุณ

เจ้าของไร่ คุณประเทือง  สิงห์สุพรรณ





บรรยากาศในไร่สิงห์สุพรรณ




รูปรวมทุกคนที่ไปปลูกป่ากัน










นำต้นผึ้งลงไปปลูก







 


จากการที่เราได้ไปปลูกป่าในครั้งนี้ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ของไทย ที่ทุกวันนี้เริ่มลดลงมากขึ้นเรื่อยๆ จากการตัดไม้ หรืออีกหลากหลายสาเหตุ ทำให้ประเทศของเรามีป่าไม้ลดลง ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายอย่างมากมาย และประสบการณ์ในการปลูกป่า ซึ่งเราได้ลงพื้นที่จริง ไปปลูกกันจริงๆ ได้รับความสนุกสนาน รวมทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ต่อไปในอนาคตอีกด้วย

ปรากฏการณ์โลกร้อนทำให้สภาพอากาศแปรปรวนยิ่งขึ้น



ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศระบุว่าปรากฏการณ์โลกร้อนส่งผลให้สภาพอากาศในประเทศนิวซีแลนด์และหลายๆประเทศแย่ลง
ภัยพิบัติไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์คลื่นความร้อนในประเทศรัสเซีย เหตุการณ์น้ำท่วมในปากีสถาน จีน อินเดีย และในรัฐควีนส์แลนด์ ตลอดจนเหตุการณ์ภัยแล้งในบราซิล ล้วนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทั้งสิ้น

ดร. เควิน เทรนเบิร์ธ นักวิทยาศาสตร์ ภูมิอากาศประจำศูนย์วิจัยสภาพบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าสามารถสังเกตผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจกที่สะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศได้ชัดเจนที่สุดจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิน้ำในมหาสมุทรและการละลายของน้ำแข็ง และได้คำนวณว่าอุณหภูมิพื้นผิวทะเลเพิ่มขึ้น 0.55 องศาเซลเซียสนับตั้งแต่ยุค 1970 นั่นก็หมายความว่าอุณหภูมิไอน้ำในอากาศเหนือมหาสมุทรสูงขึ้นถึง 4 เปอร์เซ็นต์ และยิ่งอุณหภูมิสูงขึ้น ก็ยิ่งมีก่อให้เกิดพายุและฝนตกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ พื้นที่ที่พายุก่อตัวในปัจจุบันต่างจาก 30 หรือ 40 ปีก่อนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะนี้เราไม่อาจกล่าวได้ว่าเหตุการณ์ข้างต้นเป็นผลมาจากปรากฏการณ์โลกร้อน แต่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ผลพวงจากปรากฏการณ์โลกร้อน ทั้งนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นและกระแสน้ำในมหาสมุทรที่อุ่นขึ้นในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นล้วนผลมาจากปรากฏการณ์ลานีญาตั้งแต่ยุค 1970 ส่วนปรากฏการณ์เอลนีโญก็มีส่วนสำคัญในการควบคุมการกระจายตัวของฝน 

ดร. เควิน เทรนเบิร์ธ ยังกล่าวอีกว่าปรากฏการณ์ลานีญา เอลนีโญ และอุณหภูมิในมหาสมุทรที่สูงขึ้นก่อให้เกิดเหตุการณ์สุดโต่งอื่นๆ เช่น ในปีพ.ศ. 2553 เกิดพายุเฮอริเคนสูงเป็นอันดับสองจากสถิติการเกิดพายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวได้เชื่อมโยงเหตุการณ์นี้กับสถิติอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้นในอ่าวเม็กซิโก นอกจากนี้ กระแสน้ำที่อุ่นขึ้นบริเวณรอบพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศออสเตรเลียยังก่อให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมและพายุครั้งรุนแรงในรัฐควีนส์แลนด์ ทั้งนี้หากอุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ก็ยิ่งส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ลมฟ้าอากาศสุดโต่ง และส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนสูงขึ้นเป็นธรรมดา และเมื่อการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติเกิดร่วมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีปัจจัยมาจากการกระทำของมนุษย์ สิ่งที่เราจะต้องเผชิญคือเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

"ตุ๊กแกบิน" ป่าแก่งกระจาน หนึ่งในสัตว์สายพันธุ์ใหม่ 367 ชนิดที่ถูกค้นพบในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง



กระรอกบินขนาดยักษ์ ตุ๊กแกถลาลม ปลาที่ผสมพันธุ์โดยใช้หัว ตุ๊กแกบิน และแมงมุมไร้ดวงตาที่อาศัยอยู่ในถ้ำ เป็นสัตว์ในจำนวน 367 สายพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบโดยเหล่านักวิทยาศาสตร์ในเขตพื้นที่แม่น้ำโขงในช่วงเวลาเพียง 1 ปี ระหว่างปี 2555 ถึง 2556 โดยหนึ่งในนั้นเป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่ที่ถูกพบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานของไทย
WWF เปิดเผยรายงาน "แม่โขงอันลี้ลับ" ในวันนี้ (5 มิ.ย.) ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยรายงานดังกล่าววเน้นให้เห็นเหล่าสัตว์ที่สวยงาม หนึ่งใน 15 สายพันธุ์ที่ได้รับความสนใจ คือ กระรอกบินขนาดยักษ์สายพันธุ์ใหม่ (Biswamoyopterus laoensis) โดยนักวิทยาศาสตร์เจอกระรอกสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้ที่ตลาดค้าเนื้อสัตว์ภายในประเทศลาว ด้วยลักษณะเด่นซึ่งก็คือขนอันมีสีแดงและขาวอันเด่นชัด กระรอกบินขนาดยักษ์ถือได้ว่าเป็นตัวแรกที่ถูกค้นพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในประเทศไทย ตุ๊กแกบิน (Ptychozoon kaengkrachanense) ถูกค้นพบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าตุ๊กแกลายพรางนี้อาศัยการยืดผิวหนังด้านข้างของลำตัวและบนนิ้วเท้าเพื่อร่อนตัวไปมาตามกิ่งไม้
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งมีการเข้าสำรวจน้อยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันคือเขตป่าข้ามพรมแดนอันกว้างใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ติดกับพม่า นี่เป็นพื้นที่สำคัญในการค้นคว้าหาสายพันธุ์ใหม่ของประเทศไทยและประเทศพม่า อีกทั้งยังถิ่นที่อยู่ของเสือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโลก การค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ที่นี่ยืนยันความสำคัญของการพยายามอนุรักษ์ผืนป่าอันยิ่งใหญ่แห่งนี้เอาไว้ดร.โทมัส เกรย์ ผู้จัดการของโครงการ WWF สายพันธุ์แม่น้ำโขงกล่าว
ในกัมพูชา นกกระจิบสายพันธุ์ใหม่ได้ถูกค้นพบกลางกรุงพนมเปญ นกกระจิบกัมพูชา (Orthotomus chaktomuk) นั้นถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2009 ระหว่างการตรวจค้นในช่วงแพร่ระบาดของไข้หวัดนก หลังการตรวจสอบโดยละเอียดทั้งจากขนนก เสียงร้อง และยีน ทำให้ O. chaktomuk หรือนกกระจิบกัมพูชาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการ
ในเวียดนาม นักวิทยาศาสตร์ค้นพบค้างคาวยักษ์สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ Griffin’s leaf-nosed Bat (Hipposideros griffini) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ จมูกขนาดใหญ่ที่มันใช้ในการนำทางผ่านการสะท้อนของเสียง
อีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งถูกค้นพบในเวียดนามคือปลาขนาดเล็กที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phallostethus cuulong ซึ่งตัวของมันโปร่งใสจนมองเห็นอวัยวะภายใน มันมีอวัยวะเพศอยู่ด้านหลังของปากทำให้มันผสมพันธุ์โดยใช้หัวสัมผัสกับหัว
การค้นพบสายพันธุ์ใหม่ๆ เป็นการยืนยันว่าแม่น้ำโขงเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ซึ่งอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งนึงของโลกดร.เกรย์กล่าว ถ้าเราต้องการที่จะปกป้องสัตว์เหล่านี้ไม่ให้สูญพันธุ์และอยากมีความหวังที่จะมีการค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ในอนาคต รัฐบาลต้องลงทุนและผลักดันโครงการอนุรักษ์และปลูกป่า
หนึ่งในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 21 สายพันธุ์ที่ถูกค้นพบในรายงานคือกบบิน Helen’s Flying Frog (Rhacophorus helenae) ซึ่งถูกค้นพบในป่าอยู่ห่างจากเมืองโฮจิมินห์ไม่ถึง 100 กิโลเมตร เจ้ากบสีเขียวขนาดใหญ่นี้จะร่อนตัวไปมาบนยอดไม้โดยใช้พังผืดที่เป็นครีบบนมือและเท้า พวกมันจะลงมาจากยอดไม้เพื่อผสมพันธุ์ในแหล่งน้ำเท่านั้น กบ Helen’s Flying Frog ถูกค้นพบภายในป่าซึ่งถูกล้อมไปด้วยพื้นที่การเกษตร ย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการรีบเร่งเข้าไปอนุรักษ์รักษาพื้นที่ป่าลุ่มต่ำนี้เอาไว้
ป่าเขตร้อนลุ่มต่ำเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ซึ่งถูกบุกรุกมากที่สุดในโลก ด้วยฝีมือของมนุษย์จากการตัดไม้หรือทำลายผืนดินดร.เกรย์กล่าว กบสายพันธุ์ใหม่นี้เพิ่งจะถูกค้นพบแต่พวกมันก็กำลังอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์เช่นเดียวกับสายพันธุ์อื่นๆ
รายงาน แม่โขงอันลี้ลับมุ่งเน้นไปยังสัตว์สายพันธุ์ใหม่ 15 ชนิดที่พึ่งถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ จากพืช 290 ชนิด ปลา 24 ชนิด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 21 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 ชนิดและนก 1 ชนิด ทั้งหมดถูกขึ้นทะเบียนและได้รับการยอมรับว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นทางการในช่วงปี 2555-2556 จากแม่น้ำโขงพื้นที่นี้กินบริเวณอาณาเขตพาดผ่านทั้ง กัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม และตะวันตกเฉียงใต้ของจีนในเขตมณฑลยูนนาน  ตั้งแต่ปี 2540 สายพันธุ์ใหม่กว่า 2,077 ชนิดได้ถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ในเขตแม่น้ำโขง
ภาพจาก WWF
ที่มา : http://news.thaipbs.or.th/node/252239



วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กลุ่มผู้พิทักษ์ปะการัง


           ภายหลังจากที่นักอนุรักษ์สัตว์ทะเลซึ่งรวมตัวกันในชื่อว่า "กลุ่มผู้พิทักษ์ปะการัง" ได้เริ่มการรณรงค์ออนไลน์ทางเว็บไซต์ Change.org เมื่อวันที่ 21 ก.ค.57 เพื่อเรียกร้องให้ห้างร้านขนาดใหญ่หยุดขาย "ปลานกแก้ว" ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล ล่าสุดทางกลุ่มได้ประกาศชัยชนะในการรณรงค์หลังจากห้างใหญ่ 5 แห่งมีนโยบายหยุดขายปลานกแก้วทุกรูปแบบกลุ่มผู้พิทักษ์ปะการังระบุว่า ห้างที่ประกาศหยุดขายปลานกแก้ว ได้แก่ เทสโก โลตัส , แมคโคร, ซุปเปอร์มาร์เก็ตในเครือเซ็นทรัล, เดอะมอลล์ และ วิลล่า มาร์เก็ต"สำหรับผู้ทำงานด้านการอนุรักษ์ทะเลมานาน นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีโดยไม่ต้องรอมาตรการจากภาครัฐ ถือเป็นการแสดงเจตนาร่วมกันของสังคม นอกจากนี้หนึ่งในผู้จัดส่งอาหารทะเลรายใหญ่ ธรรมชาติซีฟู้ด ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้จัดส่งปลานกแก้วให้กับร้านค้าปลีกกว่า 123 แห่ง ก็ได้ประกาศยุติการรับซื้อและจัดส่งปลานกแก้วเช่นกัน" กลุ่มผู้พิทักษ์ปะการัง หรือ Reef Guardian Thailand ระบุในแถลงการณ์บนเว็บไซต์www.change.org/saveparrotfish "แม้จะยังไม่ใช่แก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ แต่เราเชื่อว่าการรณรงค์ดังกล่าวได้ทำให้คนทั่วไปได้ทราบถึงคุณค่าของปลานกแก้วอย่างแพร่หลาย รวมไปถึงแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังอย่างถูกวิธี"โดยระหว่างวันที่ 21 ก.ค.57-4 ส.ค.57 มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแคมเปญดังกล่าวกว่า 23,000  รายชื่อ  "การรณรงค์เรื่องนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงแค่นึกสงสารปลานกแก้ว ซึ่งเป็นปลาที่มีสีสันสวยงาม แต่ต้องการให้สังคมมีความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและความสำคัญของปลานกแก้วต่อระบบนิเวศปะการัง ซึ่งในฐานะมนุษย์ เราสามารถช่วยเหลือแนวปะการังได้มากมาย โดยเฉพาะการหยุดจับปลาตามแนวปะการัง หยุดการพัฒนาชายฝั่งที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการท่องเที่ยวแบบไม่รับผิดชอบ" แถลงการณ์ของกลุ่มระบุ"การรณรงค์ครั้งนี้จึงถือเป็นความสำเร็จก้าวแรกในการทำให้คนเมืองและห้างร้านต่างๆ ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการบริโภคอย่างไม่พิจารณา เพราะในระบบนิเวศทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมโยงกัน รวมไปถึงพฤติกรรมการบริโภคของคนในเมืองที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางและรุนแรงไปถึงท้องทะเล  รวมไปถึงการชี้ให้เห็นช่องโหว่ของกฎหมายที่ยังไม่ให้การคุ้มครองปลาในแนวปะการังที่อาจถูกลักลอบจับมาอย่างผิดกฎหมาย"

          Tags :  ข่าวสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ Change.org  ชัยชนะ  ปลานกแก้ว  รณรงค์  วิลล่า มาร์เก็ต หยุดขาย  ห้าง  โลตัส

วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2557

6 ภาพถ่ายสะท้อนปัญหาภาวะโลกร้อนจากทั่วทุกมุมโลก



ภาวะโลกร้อนอาจดูเป็นเรื่องไกลตัวที่ยากจะสัมผัส แต่แท้ที่จริงมันอาจเป็นปัญหาที่มองไม่เห็น


งานนิทรรศการการแข่งขันทางด้านภาพถ่ายสิ่งแวดล้อมประจำปี 2014 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23 มิถุนายน จนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม  ณ Royal Geographical Society ในกรุงลอนดอน อาจเป็นสื่อหนึ่งที่สามารถสะท้อนถึงปัญหาออกมาให้ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย โดยให้ภาพถ่ายนั้นแสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบทุกปัญหาไม่ว่าจะเป็น การเติบโตของประชากร การขาดแคลนน้ำ ปัญหาภัยธรรมชาติ และพลังงานจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยภาพถ่ายกว่า 10,000 ใบ ที่คัดสรรบางส่วนมาให้ชมดังต่อไปนี้

01.ภาพตาข่ายสีฟ้าอันสวยงามของช่างภาพชาวเวียดนามนั้น แสดงให้เห็นถึงการเตรียมอวนไว้เพื่อจับปลาและกุ้ง ณ ดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเป็นประจำทุกปี

02.เหล่าพระสงฆ์ในประเทศกัมพูชากำลังทำพิธีให้ศีลให้พรต้นไม้ที่ถูกทำลาย โดยผ้าสีส้มนำมากั้นเพื่อให้ต้นกล้วยนั้นเติบโตขึ้นมาทดแทน และแสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์เพื่อการยับยั้งและป้องกันผู้ที่จะเข้ามาลักลอบตัดทำลาย

03.ภาพชายหนุ่มชาวกาน่าบนบ่อขยะ เพื่อการค้นหาเศษซากที่สามารถนำไปขายได้   โดยส่วนใหญ่เด็กหนุ่มจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน จะถูกส่งมายังที่แห่งนี้เพื่อหาเงินส่งเสียเลี้ยงครอบครัว

04.ภาพนี้อาจเรียกได้ว่าแชงกรีล่า แต่มันคือชานเมืองของเซี่ยงไฮ้ที่ถูกทำลาย เพื่อเปิดทางให้การพัฒนาพื้นที่ โดยที่เมืองอื่นๆ ก็มีการทำลายเพื่อการพัฒนานี้เช่นเดียวกัน

05.ภาพถ่ายของชาวอินเดียวที่แสนสวยงามบนความจริงที่เลวร้าย ของน้ำที่กำลังหมดไปบนพื้นดินที่แห้งแตกระแหง จากสภาพอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป

06.ภาพพลังงานทดแทนโดยช่างภาพชาวสเปน แสดงออกให้เห็นถึงแสงแห่งความหวังของพลังงานจากแสงอาทิตย์ ที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กว่า 25,000 ครัวเรือน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้ถึง 30,000 ตันในแต่ละปี


ที่มา http://www.treehugger.com/slideshows/culture/environmental-photographer-year/#slide-top